Shoppertainment คืออะไร?

เทรนด์การช้อปปิ้งของคนยุคใหม่ ที่เน้นการ “เอนเตอร์เทนก่อน ค่อยขายของ”

หากพูดถึงแพลตฟอร์มที่มาแรงสุดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น “TikTok” ที่เข้ามาแย่งชิงเวลาของผู้ใช้งานจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ เช่น Facebook, Instagram หรือ YouTube
.
ซึ่งในปี 2022 ที่ผ่านมา TikTok ได้รับการจัดอันดับจาก Apple ว่าเป็น “แอปฟรี” ที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดบน App Store ด้วย โดยปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้งานทะลุ 1,000 ล้านบัญชีต่อเดือน เลยทีเดียว
.
คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจาก TikTok จะเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นแล้ว เมื่อต้นปีที่แล้ว TikTok ก็ได้เปิดตัว “TikTok Shop” ในประเทศไทย เป็นการรุกเข้าสู่การเป็น Social Commerce ที่ผู้ใช้งานสามารถช้อปปิ้งบนแพลตฟอร์มได้เลย โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ TikTok ใช้ปั้น Social Commerce เพื่อสู้กับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็คือ “Shoppertainment”
.
แล้วกลยุทธ์ Shoppertainment คืออะไร ? และมีโอกาสเติบโตในประเทศไทย ได้ขนาดไหน ? HORISPIRE จะพาคุณมาหาคำตอบกันในบทความนี้!
.
ก่อนอื่นก็ต้องรู้จัก Shoppertainment กันก่อน Shoppertainment เกิดจาก 2 คำศัพท์รวมกัน ก็คือ Entertainment และ Commerce หรือที่มีความหมายว่า “ความบันเทิง” และ “การค้าขาย” พอ 2 คำศัพท์นี้มารวมกันแล้ว จึงหมายถึง การสร้างยอดขายด้วยการเน้นสร้างความบันเทิงให้กับลูกค้าก่อน ควบคู่ไปกับการให้ความรู้หรือข้อแนะนำเกี่ยวกับสินค้า
.
ซึ่งความบันเทิงจะช่วยให้ลูกค้าได้รับสาร (ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า) โดยที่ไม่รู้สึกถึงการยัดเยียดจากแบรนด์มากเกินไป รวมถึงความบันเทิงยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดีกับแบรนด์ และทำให้เกิดการจดจำแบรนด์อีกด้วย เมื่อสามารถให้ความบันเทิงกับกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว จึงค่อยทำการเสนอขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็น การนำเสนอช่องทางในการสั่งซื้อ หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ก็จะทำให้ลูกค้ามีโอกาสสนับสนุนหรืออุดหนุนสินค้าของแบรนด์มากขึ้น
.
ดังนั้น จึงสามารถสรุปโมเดลการขายแบบ Shoppertainment ได้สั้น ๆ ว่า
“Entertainment First, Commerce Second” หรือก็คือ เน้นการเอนเตอร์เทนก่อน ค่อยขายทีหลัง นั่นเอง…
.
ตัวอย่างกรณี TikTok ที่บางแอ็กเคาต์มีการใช้กลยุทธ์ Shoppertainment เช่น

– เน้นการเอนเตอร์เทนก่อน โดยสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการเต้น ร้องเพลง หรือโชว์ตลก ๆ เพื่อสร้างยอดผู้เข้าชม และยอด Engagement จากนั้นในช่วงท้าย ๆ วิดีโอ จึงค่อย Tie-in สินค้าแบบเนียน ๆ ด้วยการพูดถึง หรือโชว์สินค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ

– โปรโมตสินค้าควบคู่ไปกับการเอนเตอร์เทน นั่นก็คือ พูดถึงคุณประโยชน์ของสินค้า แต่แทนที่จะพูดถึงโต้ง ๆ แบบไม่น่าสนใจ กลับสร้างสรรค์มาในรูปแบบสนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ เช่น แต่งเป็นเพลงแร็ป ใส่เพลงหรือดนตรีที่กำลังฮิตเป็นเทรนด์
.
นอกจาก TikTok ที่มีการใช้กลยุทธ์ Shoppertainment แล้ว ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ก็มีการใช้กลยุทธ์นี้เหมือนกัน เช่น Lazada และ Shopee ที่มีฟีเจอร์ไลฟ์สด ให้ร้านค้าสร้างความสนุกแก่ลูกค้า ควบคู่กับการขายสินค้า
.
หรืออย่างกรณีของ “บังฮาซัน” พ่อค้าขายอาหารทะเล จากจังหวัดสตูล ที่เมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งสร้างไวรัลเพลงฮิตติดหู “จิ้มน้ำจุ้ม และก็จุ้มน้ำจิ้ม” ก็เริ่มต้นจากการไลฟ์สดบน Facebook โดยเน้นการสร้างความสนุกสนานให้กับลูกค้า จนเกิดการสนับสนุนสินค้าในเวลาต่อมา ปัจจุบัน เพจ Facebook ฮาซัน อาหารทะเลตากแห้ง จ.สตูล มีผู้ติดตามถึง 2.1 ล้านคน และสามารถสร้างยอดขายได้หลักล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว
.
มาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงพอจะเข้าใจแล้วว่า Shoppertainment คืออะไร คำถามสำคัญต่อมาก็คือ แล้ว Shoppertainment มีโอกาสเติบโตในไทย ได้อีกขนาดไหน ?

เรื่องนี้ TikTok ได้ทำการวิจัยมูลค่าตลาด Shoppertainment ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบว่า

– ปี 2022 มีมูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16.9 ล้านล้านบาท)
– คาดว่าในปี 2025 มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.8 ล้านล้านบาท)

หรือเปรียบเทียบได้ว่า ปี 2022 การช้อปปิ้งแบบ Shoppertainment สร้างมูลค่าได้ คิดเป็นเพียง 5% ของมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียแปซิฟิก แต่ในปี 2025 มูลค่าจะเพิ่มขึ้น จนคิดเป็น 30% ของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียแปซิฟิกเลยทีเดียว
.
ที่น่าสนใจคือ Shoppertainment จะเติบโตได้เป็นอย่างดี ใน 6 ประเทศ
ได้แก่ อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, เวียดนาม และอีกหนึ่งประเทศสุดท้ายก็คือ “ประเทศไทย” ของเรานั่นเอง
.
ถ้าดูเฉพาะไทยแค่เพียงประเทศเดียว พบว่าในปี 2022 ตลาด Shoppertainment มีมูลค่าอยู่ที่ 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.1 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตสู่มูลค่า 12,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.2 แสนล้านบาท) ภายในปี 2025
.
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Shoppertainment เติบโต ทั้งในไทยและเอเชียแปซิฟิก นั่นก็เพราะว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ชอบโฆษณาที่ยัดเยียดสินค้าหรือแบรนด์มากเกินไป ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกเบื่อ และรู้สึกว่าแบรนด์ไม่จริงใจแล้ว ยังส่งผลให้ผู้บริโภคปิดใจกับแบรนด์นั้น ๆ จนเลือกที่จะกดข้ามโฆษณา รวมถึงไม่สนับสนุนสินค้าจากแบรนด์นั้น ๆ อีกด้วย
.
ดังนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่จะช่วยเปิดใจผู้บริโภค ให้รับรู้และเข้าถึงสินค้าได้ ก็คือ “การเอนเตอร์เทน” ให้ลูกค้าสนุก และรู้สึกดีกับคอนเทนต์ของแบรนด์ก่อน แล้วจึงจะขายสินค้าได้นั่นเอง
.
ปิดท้ายด้วยสินค้าที่ไปได้ดีกับกลยุทธ์ Shoppertainment

อันดับ 1 สินค้าแฟชั่น อย่างเสื้อผ้าและเครื่องประดับ
อันดับ 2 เครื่องสำอางและสกินแคร์
อันดับ 3 อาหารและเครื่องดื่ม
.
เห็นแบบนี้แล้ว แบรนด์หรือร้านค้าที่ขายสินค้าเหล่านี้ ก็สามารถนำกลยุทธ์ Shoppertainment ไปประยุกต์ใช้ได้ทันที เราซึ่งเชื่อว่า อย่างน้อย ๆ ก็จะช่วยให้ผู้บริโภครู้จัก และเข้าถึงสินค้า หรือแบรนด์ของเราได้เพิ่มขึ้น ไม่มากก็น้อย…
.
Reference: https://www.facebook.com/HasunDriedSeafood

———————
Follow Us
https://linktr.ee/horispire

#Shoppertainment #entertain #Shopping #Custumer #CustumerJourney #จดแล้วปฏิบัติตาม #Marketing #content #Insight #Brand #Promotion #NewNormal #branding #Business #Post #Time #Winner #Survivor #Platform #Online #PainPoint #กลยุทธ์ทางการตลาด #การเปลี่ยนแปลง #สิ่งที่แบรนด์ต้องทำ #SartUp #HORISPIRE


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *