ทำอย่างไรให้ Effective กว่าปีก่อน ด้วย Brand’s Resolution

ใกล้ถึงปีใหม่ทีไร เราก็จะเริ่มเห็นคนรอบตัวออกมาประกาศถึงปณิธานปีใหม่

หรือ New Year’s Resolution เพื่อวางเป้าหมายว่าในปีถัดไปจะทำอะไรบ้าง ให้ชีวิตตัวเอง Effective ขึ้นกว่าปีก่อน ๆ เช่นเดียวกับ “แบรนด์” ที่เมื่อก้าวเข้าสู่ปีใหม่ แบรนด์ก็ควรมี Brand’s Resolution
.
สาเหตุที่แบรนด์ควรกำหนด Brand’s Resolution เป็นเพราะว่าในแต่ละปีนักการตลาดควรกำหนดทิศทางที่แบรนด์จะเดินให้ชัดเจน อัปเดตตัวตนและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จะทำอย่างไรให้พวกเขามีส่วนร่วมกับแบรนด์ และทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของแบรนด์ออกมาอย่างมี “ประสิทธิภาพ” ที่สุด
.
จึงเป็นที่มาของเรื่องราวในวันนี้ ที่ HORISPIRE อยากชวนทุกคนลุกขึ้นมากำหนด Brand’s Resolution โดยขอแค่ทำ 2 “More” ต่อไปนี้ รับรองเลยว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ “More Effective” สำหรับแบรนด์ของทุกคนอย่างแน่นอน!
.
Brand’s Resolution 01: “More Insight” เพราะลูกค้าคือคนสำคัญ สร้าง Connect ระหว่างกันอย่าให้หาย
.
ในยุคที่เทรนด์และความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การสร้าง “ความเกี่ยวข้องกับแบรนด์หรือ Brand Relevance” ให้คงอยู่อาจเป็นเรื่องยากสำหรับหลาย ๆ แบรนด์ แต่อยากให้ทุกคนเชื่อเถอะว่า Brand Relevance เป็นเรื่องที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญ เพราะหากลูกค้าไม่รู้สึกผูกพันกับแบรนด์แล้วล่ะก็ แบรนด์ของเราก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นคนแปลกหน้า ทุก Movement ของแบรนด์จะเป็นเพียงแค่ฝุ่น ที่ไม่มีความหมายอีกต่อไป
.
ตอกย้ำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไม Brand Relevance ถึงสำคัญมาก ๆ อ้างอิงการศึกษาของ Sprout Social ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับ Brand Connection พบว่า 64% ของกลุ่มตัวอย่างในอเมริกาต้องการให้ทุกการสื่อสารของแบรนด์สร้างความสัมพันธ์ และมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับพวกเขา
.
การจะสร้าง Connection หรือ Brand Relevance ที่ตรงประเด็นที่สุดทางหนึ่งคือการหา Insight ของกลุ่มเป้าหมายให้เจอ
.
ถึงตรงนี้หลายคนคงเกิดคำถามในหัวแล้วว่า Insight ที่ดูแล้วเหมือนจะหาง่าย แต่แท้จริงแล้วหายากไม่แพ้งมเข้มในมหาสมุทร ทีนี้เราควรตั้งต้นจากตรงไหนกันดีนะ?
.
ความจริง Insight มีหลากหลายรูปแบบ การได้มาซึ่ง Insight จึงไม่มีความตายตัว โดยปกติสามารถหา Insight ได้จากรอบตัว ซึ่งบางครั้งเราอาจได้มันมาแบบที่เราคาดไม่ถึง
.
1.แฝงตัวเหมือนทหาร สังเกตการณ์ IN THE FIELD
การลงพื้นที่เพื่อสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคจะช่วยทำให้เราเข้าใจพวกเขามากขึ้น ว่าพฤติกรรมเวลาเลือกซื้อสินค้าเป็นอย่างไร มีแรงขับเคลื่อนในการตัดสินใจเลือกซื้อเป็นอะไรบ้าง วิธีการนี้จะทำให้เราเห็นภาพกระบวนการการตัดสินใจของผู้บริโภคมากขึ้น อย่างไรก็ดี Online Survey เป็นอีกหนึ่งทางลัดที่ช่วยให้ได้คำตอบจาก Consumer อีกทางหนึ่งหากเราไม่สามารถลงพื้นที่สังเกตการณ์ได้
.
2.แปลงตัวเลขให้เป็น MEANINGFUL INSIGHT ที่ใช้งานได้จริง
หากเราดึง Report ออกมาเป็นไฟล์ excel เฉย ๆ สิ่งนั้นก็จะเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่หากเรานำมาวิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์ของแต่ละชุดข้อมูล สิ่งนั้นจะกลายเป็นข้อมูลที่ Meaningful ขึ้น
.
3.Digital Consumer’s dairy แท้จริงเป็น Free Lifestyle Bible
เพราะคนสมัยนี้ลงทุกอย่างบนโลกออนไลน์ การจะทำความเข้าใจพฤติกรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้บริโภคในยุคนี้จึงทำได้ง่ายขึ้น รสนิยมการกิน เที่ยว ดื่ม เลือกซื้อของ สามารถเช็คได้ง่าย ๆ จากหน้าฟีดบน Social Network
.
4.เสียงของผู้บริโภคอยู่ในทุกที่ ไม่ได้ limit อยู่แค่การสัมภาษณ์
เพราะการรับฟังเสียงผู้บริโภคไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสัมภาษณ์ซึ่ง ๆ หน้าเท่านั้น แต่หากเราดูใน Social Media ของคนรอบตัวดี ๆ เราจะเห็น Conversation ความคิดเห็น คำติชมเกิดขึ้นมากมายตลอดเวลา นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีเครื่องมือที่ช่วยทำให้เราเห็น Conversation ภาพรวมของตลาดได้ง่ายและเร็วขึ้น นั่นคือ Social Listening Tools ต่าง ๆ เช่น Google Trend, Mandala หรือ Wisesight ซึ่งยิ่งเราฟังเสียงผู้บริโภคมากเท่าไหร่ เราจะยิ่งเห็น Insight และเข้าใจพวกเขามากเท่านั้น
.
5.Co-create brand with them อยากเข้าใจเขา เราก็ถาม
ทุกอย่างเป็นไปได้ในโลกออนไลน์ การชักชวน Consumer ออกมาให้ Feedback หรือออกไอเดียเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายในสมัยนี้ การถามพวกเขาตรง ๆ อาจทำให้เราได้ Insight ที่น่าสนใจ แถมยังสามารถสร้าง Loyalty กับเขาได้อีกด้วย
.
ทั้ง 5 ตัวอย่างนี้เป็นอีกข้อพิสูจน์ที่ทำให้เห็นภาพชัดว่า Insight อยู่รอบ ๆ ตัว การไม่มองข้ามจุดเล็ก ๆ อาจทำให้เราได้ More Insight ที่จะมาสร้าง Connection กับ Consumer ก็เป็นได้
.
Brand’s Resolution 02: “More Consistency” เพราะความสัมพันธ์ที่ดี รากฐานต้องต่อเนื่องและมั่นคง

อีกข้อที่สำคัญไม่แพ้กันเวลาทำแคมเปญคือเรื่อง “ความต่อเนื่อง หรือ Brand Consistency” ผลการศึกษาของ Brandgility พบว่าการนำเสนอแบรนด์ที่สม่ำเสมอจะเพิ่มรายได้ของแบรนด์นั้นโดยเฉลี่ย 23%
.
อาจพูดได้ว่าการสร้างความต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ง่ายที่สุด แต่เชื่อได้เลยว่าหลายๆครั้งแบรนด์กลับหลงลืมประเด็นนี้ไป

เพราะเห็นได้โดยทั่วไปจนเป็นภาพคุ้นชิน ที่แบรนด์ส่วนใหญ่มักทำแคมเปญด้วยการทำหนังโฆษณาเพียงชิ้นเดียว (คือ ปล่อยหนังแค่อย่างเดียว ไม่มี spin-off อย่างอื่นต่อ) ซึ่งความจริงแล้ว การทำแคมเปญ เราพึ่งพลังของหนังโฆษณาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะตอนนี้ คอนซูเมอร์อยู่หลากหลายแพลทฟอร์ม และธรรมชาติของแต่ละแพลทฟอร์มก็มีฟอร์แมตแตกต่างกัน
.
ดังนั้นการทำแคมเปญที่จะ More Effective ได้นั้นไม่สามารถทำครั้งเดียวแล้วจบ หรือ One-time off campaign ได้ แต่การทำแคมเปญที่ดีต้องสร้างเป็น Journey สื่อสารให้ต่อเนื่องบน Message เดิม จะช่วยสร้าง Brand Recognition ให้แก่แบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
การสร้าง Journey ของแคมเปญทำได้หลากหลายวิธี แต่ในวันนี้จะพามาเจาะวิธีลัด ซึ่งเป็นวิธีที่ออกแบบโดย Google และเป็นวิธีที่เอเจนซี่ต่าง ๆ นิยมใช้ นั่นคือ Hero-Hub-Help Model
.
#Hero
เหมือนเป็นตัวจุดพลุของแคมเปญ ที่เน้นทำให้ใหญ่ ปัง ดัง เพื่อสร้าง Awareness ของแคมเปญให้คนหันมาสนใจ ซึ่งเราอาจจะจุดพลุไตรมาสละครั้ง เพื่อให้มีกระแสและการพูดถึงตลอดทั้งปี
.
#Hub
คอนเทนต์ที่ช่วยซัพพอร์ตให้ Message แข็งแรง มีความถี่ของการลงเนื้อหาที่สม่ำเสมอ หล่อเลี้ยงให้คนเข้ามาติดตามเนื้อหาอยู่ตลอด โดยอาจะปล่อยออกมาเป็นซีรีส์อย่างสม่ำเสมอ
.
#Help
เป็นการลงคอนเทนต์เพื่อเลี้ยง voice ของแบรนด์ให้มีความต่อเนื่องตลอดเวลา ส่วนมากมักลงเนื้อหาที่เข้าใจง่าย ตรงประเด็น และมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมาย หรือที่เรียกว่าการทำ Always-on Content
.
Hero – เปิดแคมเปญด้วยหนังโฆษณาที่ออกมาเล่าถึงเรื่องงานที่ใช่ ต้องมาพร้อมกับสถานที่ทำงานและผู้ร่วมงานที่ใช่
Hub – คอนเทนต์ support แคมเปญ ทั้งการปล่อยข่าว PR หรือบทสัมภาษณ์พนักงานที่ช่วยขยายความที่ทำงานที่ใช่ ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้
Help – Content เกี่ยวกับการรับสมัครงาน สวัสดิการของพนักงาน และวิธีการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน
.
เมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้ว หวังว่า Shortcut ทั้ง 2 ข้อจะช่วยทำให้ทุกท่านเห็นภาพแบรนด์ตัวเองชัดขึ้น อย่ารอช้า! รีบจรดปากกาเขียน Brand’s Resolution 2023 กันเลยดีกว่า ว่าในปีหน้านี้แบรนด์ของทุกคนจะ More Insight และ More Consistency อย่างไรได้บ้าง

————————
Follow Us
https://linktr.ee/horispire

#BrandResolution #Resolution #Custumer #CustumerJourney #จดแล้วปฏิบัติตาม #Marketing #content #Insight #Brand #Promotion #NewNormal #branding #Business #Post #Time #Winner #Survivor #Platform #Online #PainPoint #กลยุทธ์ทางการตลาด #การเปลี่ยนแปลง #สิ่งที่แบรนด์ต้องทำ #SartUp #HORISPIRE


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *